โลลิต้า - Lolita

โลลิต้า - Lolita

โลลิต้า - Lolita

ผมยืมหนังสือเล่มนี้มาอ่านเพราะผู้แต่งเป็นคนเดียวกับคนที่แต่งเรื่อง “พนิน” ซึ่งผมอ่านแล้วรู้สึกชอบในสำนวนการเล่าเรื่องที่เล่าได้เรื่อยๆ ส่วนที่เศร้าก็พาเราเศร้าได้อย่างรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ หรือจะเป็นการจิกกัดที่บอกเลยว่ากัดได้เจ็บจริงๆ

ตอนเห็นชื่อหนังสือเล่มนี้ครั้งแรกนี่ก็ชวนให้คิดว่ามันเกี่ยวอะไรกับ “โลลิต้า” ที่คนหมายถึงรูปแบบการแต่งกายของผู้หญิง และลักษณะของเด็กผู้หญิงอายุน้อยๆรึเปล่า ซึ่งก็ใช่เลยครับ หนังสือเล่มนี้คือที่มาของคำว่า “โลลิต้า” เลย แถมเป็นหนังสือที่ทำให้คนเลิกตั้งชื่อลูกสาวว่าโลลิต้ากันเลยทีเดียว

รสนิยมชอบสางสาว

เรื่องนี้เล่าถึงคุณ ฮัมเบิร์ต ฮัมเบิร์ต (ชื่อสมมุติ) จะพูดให้ถูกคือเป็นบันทึกของคุณ ฮัมเบิร์ต ฮัมเบิร์ต ที่พูดถึงเรื่องราวของตนเองที่มีรสนิยมชอบเด็กหญิงอายุประมาณ 12 - 14 ปี ใช่ครับคุณอ่านไม่ผิดครับ คุณฮัมเบิร์ต ฮัมเบิร์ต เนี่ยมีรสนิยมชอบเด็กครับ ไม่ได้ชอบเหมือนลูกเหมือนหลาน แต่ชอบแบบฉันท์ชู้สาวเลยครับ ใช่ครับ คุณฮัมเบิร์ต ฮัมเบิร์ต เนี่ยก็อยากลูบไล้ สัมผัส และสมสู่กับ หญิงสาวอายุประมาณ 12 - 14 ปี ซึ่งคุณฮัมเบิร์ต (เรียกฮัมเบิร์ตเดียวละกัน) เรียกสาวที่ตรงกับสเปคของแกว่า สางสาว ซึ่งรายละเอียดว่า สางสาว ขอให้ไปลองไปหาอ่านกันครับ ผมบอกเลยว่ามีรายละเอียดที่น่าสนใจเอามากๆ

ดำดิ่งไปกับคุณฮัมเบิร์ต

ตัวเรื่องจะเล่าตั้งแต่อดีตของคุณฮัมเบิร์ตว่าตอนเด็กเขาเป็นอย่างไรทำให้เรารู้ว่าเขาผ่านอะไรมาบ้าง ทำไมเขาถึงมีรสนิยมการชอบสางสาว ผ่านวัยหนุ่มลากยาวมาเจอ “โลลิต้า” เด็กหญิงที่เขาตกหลุมรักหัวปักหัวปำพร่ำเพ้อเขียนเป็นบันทึกที่เรากำลังได้อ่านกัน (จริงๆผู้แต่งเป็นคนแต่งครับ แต่แต่งให้มันเป็นบันทึก ใช้วิธีคล้ายๆกับ “Steppenwolf” ) ซึ่งจะเล่าตั้งแต่ความทุกข์ทรมานที่เขาต้องกดอารมณ์เหล่านั้นไว้ไม่กระทำต่อเหล่าสางสาวที่เขาพบเจอ วิธีที่เขาจะหาวิธีเข้าใกล้สางสาวเหล่านั้น การพูดถึงกฏหมาย ศีลธรรม ที่ชาวโลกจำนวนมากสร้างขึ้นมาที่ห้ามมีเพศสัมพันธ์กับเด็กอายุประมาณโลลิต้า ซึ่งในเรื่องก็จิกกัดได้เจ็บในเรื่องเพศสัมพันธ์ได้ดี (ถ้าอยากรู้ต้องไปอ่านในเรื่อง) หรือแผนการและความคิดชั่วร้ายต่างๆของคุณฮัมเบิร์ตที่มุ่งหวังบางอย่างจากโลลิต้า ซึ่งผมอ่านแล้วรู้สึกสนุกไปกับการอธิบายความคิดของตัวละครมากเพราะมันเหมือนจริงมากเลยครับ แบบคุณมีความคิดร้ายๆบางอย่างซึ่งมันมีแผนต่างๆนาๆ 1 2 3 4 เตรียมไว้หมดเลย ทุกอย่างคิดไว้อย่างดีเหลืออยุ่แค่ว่าจะทำหรือไม่

คุณจะตัดสินอย่างไร

พอคุณอ่านมาถึงตรงนี้คุณคงคิดว่าคุณฮัมเบิร์ตมันเป็นคนเลวมากๆใช่ไหมครับ ใช่ครับถ้ามองในมุมมองของกฏหมายนั้นเขาเป็นคนเลวแน่นอนครับเพราะเขาทำผิดกฏหมาย แต่ถ้าคุณได้รายละเอียดอ่านเรื่องราวของคุณฮัมเบิร์ตแล้วคุณอาจจะมีความคิดโผล่มาว่า “เขาอาจจะไม่ผิด” มันคล้ายๆกับคดีที่ภรรยาฆ่าสามี ซึ่งถ้ามองว่าการที่ภรรยาฆ่าสามีนั้นผิดกฏหมาย แต่ถ้าคุณรู้เรื่องราวคุณอาจจะเห็นใจและคิดว่าเขาทำเพราะจำเป็นหรืออื่นๆเพื่อสนับสนุนว่าภรรยานั้นไม่ผิด ในเรื่องนี้ก็อารมณ์ประมาณนั้นนั่นแหละครับ คุณอาจจะรู้สึกว่าคุณฮัมเบิร์ตนั้นแกก็เป็นคนธรรมดาคนนึงที่ดันมีรสนิยมที่ดันผิดกฏหมาย แล้วแกก็ไม่ได้เป็นคนเริ่มอะไรพวกนั้นเลยด้วยซ้ำ ซึ่งพอคุณอ่านจบคุณอาจจะเข้าใจคุณฮัมเบิร์ตมากขึ้น คุณอาจจะมีคำถามเกี่ยวกับกฏหมายที่คุณฮัมเบิร์ตบอก หรือคุณอาจเกลียดคุณฮัมเบิร์ตมากขึ้นก็ได้ครับ เพราะการที่คุณเข้าใจไม่ได้แปลว่าคุณต้องเห็นด้วยกับเรื่องที่เข้าใจ เช่น คุณเข้าใจว่าอะไรทำให้เกิดสงคราม ทำไมต้องทำสงคราม คุณเข้าใจเหตุผลเหล่านั้นครับว่ามันอาจจะมาจากเกียรติ การล้างแค้น ความหวังในเสรีภาพ แต่คุณก็ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับการรบราฆ่าฟันนั้น เช่นกันกับที่คุณเข้าใจว่าทำไมคุณฮัมเบิร์ตทำอะไรแบบนั้น แต่คุณไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับการกระทำของคุณฮัมเบิร์ต

สุดยอดของการเขียนบรรยาย

เรื่องหนึ่งที่สุดยอดของหนังสือเล่มนี้คือการเขียนบรรยายของผู้แต่ง เพราะเขาเขียนบรรยายได้เรื่อยๆแบบไม่ชวนเบื่อตั้งแต่บรรยากาศสภาพแวดล้อมของฉาก ไล่ยาวไปถึงกระดาษบันทึกของคุณฮัมเบิร์ต หน้าตาของตัวละครต่างๆ สภาพความรู้สึกของตัวละคร ซึ่งทั้งหมดนั้นบรรยายได้อย่างลื่นไหล อ่านกันได้แบบเพลินๆเลย

อ่านแล้วได้อะไร

สำหรับผมเล่มนี้อ่านแล้วได้กระตุ้นหลักการในการตัดสินเรื่องใดเรื่องหนึ่งว่าดีหรือเลวว่าเราเที่ยงธรรมแค่ไหน เราใช้อะไรเป็นเกณฑ์ตัดสิน ในตอนคุณเริ่มอ่านเล่มนี้คุณอาจจะคิดว่าคุณฮัมเบิร์ตเป็นคนชั่วช้า หรือควรจะต้องโทษหนักแบบสุดๆ แต่พอคุณได้เห็นเรื่องราวต่างๆของคุณฮัมเบิร์ตแล้วคุณอาจจะเปลี่ยนความคิดก็ได้ครับ คุณอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องของคนสองคน หรือคุณอาจจะคิดว่าคุณฮัมเบิร์ตเนี่ยน่าจะโดนแขวนคอตายอย่างทรมานก็ได้ ซึ่งถ้าคุณคิดแบบที่ผมกำลังว่าเนี่ยแสดงว่าคุณน่าจะต้องสงสัยแล้วนะครับว่า เราใช้อะไรกำหนดโทษ อารมณ์ของเรา หลักการ ความเสียหายที่เกิดขึ้น หรืออะไร ผมว่าถ้าคุณคิดสักหน่อยคุณอาจจะเริ่มเข้าใจความยากในการตัดสินสิ่งที่ถูกต้อง สิ่งที่ผิด ผ่านมุมมองเพียงมุมมองเดียว ถ้าคุณไปเห็นมุมมองอื่นคุณอาจจะเปลี่ยนการตัดสิน แต่มันยังมีมุมมองอื่นๆที่คุณไม่เห็นอีก แล้วคุณจะตัดสินได้อย่างเที่ยงธรรมจริงๆเหรอ